คอลัมน์ "เอกสังคม นิยมสาระ..." ตอนที่ 2 คำกลอนสะท้อนคิด ใกล้ชิดท่านพุทธทาส
posted on 19 Nov 2009 22:27 by newuridosไม่ได้มาอัพซะนานเลย อย่าเพิ่งลืมกันไปนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวผมแอบไปร้องไห้คนเดียวในส้วมด้วยนะครับ ( อ๋อ คือ ไปร้องไห้ในส้วมมั้ง ไปหาอะไรกินล้วนๆ )
ที่จริงแล้วคอลัมน์ในวันนี้ไม่มีใครถามหรอกครับ จะมีใครถามได้ไงครับก็เห็นมีคอมเม้นท์อยู่คอมเม้นท์เดียวจากเพื่อนนาวเท่านั้นเอง แต่อยากอัพเรื่องดีดีครับวันนี้ เลยอัพบล็อคซะเลย
จริงๆแล้วน้องโต๋ฝากคำถามมาเกี่ยวกับเรื่อง ชื่อของทวีปอเมริกาได้มาจาก อเมริโก เวสปุชชี่จริงหรือ กับ เรื่องกษัตริย์โซโลมอนเป็นใคร แต่ผมว่ามันยากไปแฮะ ไว้ก่อนดีกว่า
งั้นครั้งนี้ขออัพเรื่องดีดีไว้ก่อนแล้วกันครับ เป็นเรื่องกลอนของท่านพุทธทาสครับ
ท่านพุทธทาสเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาท่านหนึ่ง ที่ผมนับถือมากในสิ่งต่างๆที่ท่านได้กระทำมา เมื่อตอนที่บวช ผมก็ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ด้วย ที่จริงหลักสูตรสำหรับพระสงฆ์นั้น ถ้าอยู่จนจบต้องใช้เวลา 15 วัน แต่ช่วงที่ไปนั้นผมไม่ทราบเรื่องหลักสูตรนี้มาก่อน และก็ใกล้จะถึงฤกษ์สึกแล้วด้วย เลยอยู่ได้ราวหกวันเท่านั้นเองครับ
แต่เป็นหกวันที่มีคุณค่ามาก เข้าใจหลักธรรม และหลักปฏิบัติธรรมต่างๆมากมายจริงๆ
เรื่องบางอย่างอาจดูว่ายากเกินไปครับ แต่ที่จริงแล้วแนวปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาสเป็นเรื่องง่ายๆที่นำมาใช้ได้จริงในชีวิต ซึ่งแนวทางของพุทธศาสนานั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ยากเย็นเลยครับ เพราะธรรมะในพระพุทธศาสนานั้นมีมากมายหลายระดับ เหมาะสำหรับการกำจัดทุกข์ได้ทุกระดับ
สำหรับผู้ปฏิบัติชั้นสูงเพื่อมุ่งหวังนิพพาน ก็มี
สำหรับผู้ที่อยากสร้างกุศลเพื่อหวังให้ชีวิตสุขสบายไปจนถึงโลกสวรรค์ ก็มี
สำหรับผู้ที่เพียงหวังให้ชาตินี้อยู่ได้อย่างดีที่สุด ก็มี
ธรรมะข้อที่แสดงให้เห็นว่า พระพุทธธรรมนั้นครอบคลุมทุกระดับ ก็คือ มงคล 38 ประการครับ ท่าน พันโทปิ่น มุทุกันต์ ได้เคยกล่าวไว้ว่า มงคล 38 ประการ เป็นธรรมะที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องง่ายๆในชีวิตประจำวัน อย่าง ไม่คบคนพาล , คบบัณฑิต , บูชาคนที่ควรบูชา , เลี้ยงดูบิดามารดา ไปจนถึงระดับสูงขึ้นเรื่อยๆเช่น ประพฤติพรหมจรรย์ , ทำพระนิพพานให้แจ้ง , ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม 8 เป็นต้น
แต่ที่วัดสวนโมกขพลารามนั้น มีแนวการสอนธรรมะผ่านรูป เรื่องเล่าง่ายๆ นิทาน คำกลอน และอื่นๆอีกมากมายครับ ในโรงมหรสพทางวิญญาณ ยิ่งถ้าใครได้ไปนุ่งขาวห่มขาวฝึกปฏิบัติธรรมที่นั่น ก็จะยิ่งได้คำสอนดีดีอีกมากมายครับ
คุณโอปอลล์ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ นักแสดงหญิงชื่อดัง ก็เคยเขียนเล่าไว้ว่า ตอนที่ยังสาว ( กว่าตอนนี้ ) เธอก็เคยสงสัย และไม่เข้าใจในธรรมะของพระพุทธศาสนาครับ แต่แทนที่เธอจะหมดศรัทธา หรือหันไปหาความเชื่ออื่นๆตามการชักชวนของใคร เธอกลับใช้วิธี "เช็ดแว่นตาของตนให้สะอาด" แทนการเปลี่ยนแว่นครับ เมื่อไม่เข้าใจในศาสนาพุทธที่ติดตัวมาแต่เกิด เธอก็ใช้วิธีขออนุญาตครอบครัว ลงไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกขพลาราม นี่แหละครับ ผมไม่แน่ใจว่าเธอไปเจ็ดวัน หรือ สิบห้าวัน แต่เธอเล่าว่า นับแต่นั้นเธอได้สิ่งดีดีกลับมาอีกเพียบ เข้าใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น และมีแนวทางชีวิตที่มีสติมากขึ้น
ผมจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเธอไปต่างประเทศ แล้วมีข่าวแรงๆเกิดขึ้นกับเธอที่เมืองไทย คือคุณอ๊อฟ ปองศักดิ์ เพื่อนสนิทของเธอ ออกมาบอกนักข่าวว่า ทะเลาะกับโอปอลล์ และขอโทษตั้งสิบๆครั้งแล้วก็ไม่หายโกรธสักที สื่อประโคมข่าวเกาเหลาคู่นี้ใหญ่เลยครับ เป็นสัปดาห์ได้ สื่อรอคุณโอปอลล์กลับมาเพื่อสัมภาษณ์ ผมก็รอดูครับว่าเธอจะพูดอย่างไร จะมาแฉกลับให้แรงเหมือนคู่อื่นๆไหม แต่พอเธอกลับมา เธอให้สัมภาษณ์สั้นๆทำนองว่า "ไม่ได้โกรธอะไรแล้ว เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ขอโทษกันแล้วตนจะโกรธอะไรใครกันหนักหนาเล่า" แค่นั้นครับ ประเด็นที่ร้อนมาเป็นสัปดาห์ๆก็จบลงทันที วันรุ่งขึ้นผมไม่เห็นข่าวนี้ในข่าวบันเทิงอีกเลย นี่แหละครับ วิธีแก้ปัญหาแบบผู้มีสติจริงๆ
อ้อมมาซะไกลเลย เข้าเรื่องดีกว่าครับ วันนี้ เลยอยากนำคำกลอนสอนใจดีดีจากท่านพุทธทาส มาอัพขึ้นบล็อคไว้ครับ ทั้งเพื่อสอนใจตนเอง และผู้ที่มีโอกาสได้อ่านด้วย อ้อ ที่จะลงไว้คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ หากใครอยากรู้เพิ่มเติม ผมสนับสนุนให้ค้นคว้าเองครับผม
ที่มา : http://www.watkoh.com/data/budha_dasa/mastermenu.html
โลกเปรียบศาลาให้อาศัย
- โลกนี้เปรียบ ศาลา ให้อาศัย
ประเดี๋ยวใจ ผ่อนพัก แล้วจักผัน
ทางที่ดี เมื่อพราก ไปจากมัน
ควรสร้างสรรค์ ส่งเสริม เพิ่มคะแนน - เมื่อเราได้ เกิดมา ในอาโลก
ได้พ้นโศก พ้นภัย สบายแสน
จึงควรสร้าง สิ่งชอบ ไว้ตอบแทน
ให้เป็นแดน ดื่มสุข ขึ้นทุกกาล - คุณความดี ของท่าน กาลก่อนก่อน
ที่ท่านสอน ไว้ประจักษ์ เป็นหลักฐาน
เราเกิดมา อาศัย ได้สำราญ
ควรหรือผ่าน พ้นไป ไม่คำนึง ฯ
โลกคือเครื่องลองและโรงละคร
- โลกนี้คือ เครื่องลอง ของมารร้าย
ไว้สอบไล่ ว่าใคร ยังหลงใหล
ว่าใครบ้า ใครเขลา เฝ้าจมใน
หล่มโลกใหญ่ ติดตัง ทั้งชั่วดี! - โลกนี้ ที่แท้คือ โรงละคร
ไม่ต้องสอน แสดงถูก ทุกวิถี
ออกโรงกัน จริงจัง ทั้งตาปี
ตามท่วงที อวิชชา ลากพาไป!
โลกเปรียบมหาสมุทรและกรงไก่
- โลกนี้เปรียบ ปานว่า มหาสมุทร
ปลามนุษย์ ผุดว่าย อยู่ไหวไหว
เพราะตัณหา หมื่นวิถี เข้าจี้ใจ
วิ่งขวักไขว่ เหยื่อดี มีไม่พอ! - โลกนี้คือ กรงไก่ เขาใส่ไว้
จะนำไป แล่เนื้อ ไม่เหลือหลอ
จิกกันเอง ในกรง ได้ลงคอ
เฝ้าตั้งข้อ รบกัน ฉันนึกกลัว!
โลกนี้พัฒนา
- โลกฮึดฮัด พัฒนา บูชาโป๊
เพราะเผลอโง่ ทีละนิด คิดไม่เห็น
ไม่มีใคร ตำหนิใคร เพราะใจเป็น
ในเชิงเช่น เดียวกัน ไม่ทันรู้ - รัฐบาลไหน ในโลก สับโขกมัน
ดูจะชอบ เหมือนกัน ทำไก๋อยู่
พวกนักบวช แอบหา ภาพมาดู
คุณครูรู้ พรางศิลปโป๊ โย้ได้ไกล - ความก้าวหน้า ทางเนื้อหนัง อย่างนี้เอง
ครั้นพัฒนา จบเพลง ไม่ไปไหน
บูชาโป๊ ถึงทูนหัว มั่วกันไป
โลกยุคใหม่ ต้องไม่โง่ หยุดโป๊ที ฯ
มองแต่แง่ดีเถิด
- เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย - จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง ฯ
การพึ่งผู้อื่น
- อันพึ่งท่าน พึ่งได้ แต่บางสิ่ง
เช่นพึ่งพิง ผ่านเกล้า เจ้าอยู่หัว
หรือพึ่งแรง คนใช้ จนควายวัว
ใช่จะพ้น พึ่งตัว ไปเมื่อไร - ต้องทำดี จึงเกิดมี ที่ให้พึ่ง
ไม่มีดี นิดหนึ่ง พึ่งเขาไฉน?
ทำดีไป พึ่งตัว ของตัวไป
แล้วจะได้ ที่พึ่ง ซึ่งถาวร - พึ่งผู้อื่น พึ่งได้ แต่ภายนอก
ท่านเพียงแต่ กล่าวบอก หรือพร่ำสอน
ต้องทำจริง เพียรจริง ทุกสิ่งตอน
นี้, จึงถอน ตัวได้ ไม่ตกจม - จะตกจน หรือว่าจะ ตกนรก
ตนต้องยก ตนเอง ให้เหมาะสม
ตนไม่ยก, .ให้เขายก นั้นพกลม:
จะตกหล่ม ตายเปล่า ไม่เข้าการ ฯ
ช่างหัวมัน
- จงยืนกราน สลัดทั่ว ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น นั้นเป็นเหตุ แห่งทุกข์หนา
อย่าสำออย ตะบอยจัด ไว้อัตรา
ตัวกูกล้า ขึ้นเรื่อยไป อัดใจตาย - เรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย ลอยมาเอง
ไปบวกเบ่ง ให้เห็นว่า จะฉิบหาย
เรื่องเล็กน้อย ตะบอยเห็น เป็นมากมาย
แต่ละราย รีบเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน - เมื่อตัวกู ลู่หลุบ ลงเท่าไร
จะเย็นเยือก ลงไป ได้เท่านั้น
รอดตัวได้ เพราะรู้ใช้ "ช่างหัวมัน"
จงพากัน หัดใช้ ไว้ทุกคน ฯ
อย่าช่างหัวมัน
- อย่าบิ่นบ้า มัวแต่อ้าง ช่างหัวมัน
ถ้าเรื่องนั้น เกี่ยวกับเพื่อน มนุษย์หนา
ต้องเอื้อเฟื้อ ปฎิบัติ เต็มอัตรา
โดยถือว่า เป็นเพื่อนเกิด- แก่เจ็บตาย - การช่วยเพื่อน เหมือนช่วย ตัวเราเอง
เมื่อจิตเพ่ง- เล็งช่วย ทวยสหาย
ย่อมลดความ เห็นแก่ตัว ลงมากมาย
ทุกทุกราย อย่าเขวี้ยงขว้าง ช่างหัวมัน - เห็นแก่ตัว บางเบา ลงเท่าไร
ยิ่งเข้าใกล้ พระนิพพาน เห็นปานนั้น
รอดตัวได้ เพราะไม่มัว ช่างหัวมัน
จงพากัน ใคร่ครวญ ถ้วนทุกคน ฯ
ให้เขาเถิด
- เขาอยากดี เท่าไร ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่เสีย
ริษยา คือทุรกรรม ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำบาก มันมากความ - เขาอยากเด่น เท่าไร ให้เขาเถิด
จะไม่เกิด กรรมกะลี ที่ซ่ำสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำให้งาม
สมานความ รักใคร่ เป็นไมตรี - เขาอยากดัง เท่าไร ให้เขาเถิด
ช่วยชูเชิด ให้ประจักษ์ ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง ท้องฟ้า อย่างอสนี
ต่างฝ่ายมี ผลงาม ตามเรื่องตน ฯ
เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน
- เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา - ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสันติ์จริง - ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย - คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือน เอยฯ
ครับ สิบบทธรรมคำกลอนพอดี ก็หวังว่าจะได้อะไรดีดีไปนะครับ
แต่ว่านะครับ
ได้อ่านอะไรดีดี ก็ยังไม่เท่ากับ ได้ทำอะไรดีดีนะครับ
ดังนั้น สุดท้ายนี้ แทนที่จะกล่าวคำว่า "ขอให้โชคดีนะครับทุกคน" ผมขอเปลี่ยนเป็นคำกล่าวว่า
ขอให้ได้ทำอะไรดีดีนะครับทุกๆคน
edit @ 20 Nov 2009 01:14:35 by newuridos
edit @ 20 Nov 2009 01:16:26 by newuridos





